Skip to main content

การยืนยันตัวตน

Cartrack Fleet API ใช้การยืนยันตัวตนแบบ HTTP Basic ทุกคำขอต้องมีเฮดเดอร์ Authorization ที่บรรจุคู่ username:password หลังเข้ารหัสแบบ Base64 และต้องส่งผ่าน HTTPS เท่านั้น

วิธีสร้างเฮดเดอร์

  1. ต่อ username กับรหัสผ่านด้วยเครื่องหมายโคลอน (:): username:password
  2. เข้ารหัสสตริงนั้นเป็น Base64
  3. ใส่ค่าเข้ารหัสในเฮดเดอร์ Authorization โดยพรีฟิกซ์ด้วย Basic

ตัวอย่าง (เฮดเดอร์ดิบ)

Authorization: Basic dXNlcm5hbWU6cGFzc3dvcmQ=

ตัวอย่างรวดเร็ว

curl

curl -u "username:password" "https://fleetapi-za.cartrack.com/rest/vehicles"

JavaScript (fetch)

const credentials = btoa(`${username}:${password}`);
fetch('https://fleetapi-za.cartrack.com/rest/vehicles', {
headers: { 'Authorization': `Basic ${credentials}` }
});

แนวทางความปลอดภัย

  • ใช้ HTTPS เสมอ ห้ามส่งข้อมูลรับรองผ่าน HTTP ปกติ
  • อย่าใส่ข้อมูลรับรองลงในโค้ดฝั่งไคลเอนต์ที่อาจถูกเปิดเผยสาธารณะ
  • เก็บข้อมูลรับรองในที่ปลอดภัย (env vars, secret manager, vault)
  • ใช้หลัก least privilege: ออก User API password แยกสำหรับงานอินทิเกรต แทนการแชร์รหัสผู้ดูแล
  • หมุนและเพิกถอนรหัสเป็นประจำ และอัปเดตระบบหลังหมุนรหัส
  • หากเจอ HTTP 401 Unauthorized ให้ตรวจสอบว่าใช้ปลายทางประจำภูมิภาคถูกต้อง (ดูหน้า Base URLs)

การสร้างรหัสผ่าน Administrator และ User API

รหัสผ่าน Administrator

  1. ลงชื่อเข้า Fleetweb ตามภูมิภาคของคุณ (เช่น https://fleetweb-<region>.cartrack.com)
  2. เปิดหน้า API Settings ที่ https://fleetweb-<region>.cartrack.com/settings/api-settings (เมนู Settings → API Settings)
  3. สร้างรหัสผ่าน Administrator ใหม่ตามขั้นตอนบนหน้าจอ
  4. เก็บรหัสผ่านไว้อย่างปลอดภัย และแชร์เฉพาะกับผู้ที่เชื่อถือได้

รหัสผ่าน User API

  1. ลงชื่อเข้า Fleetweb ตามภูมิภาคของคุณ
  2. เปิด https://fleetweb-<region>.cartrack.com/settings/api-settings แล้วกดปุ่ม "Generate User Credentials" ในส่วน User Credentials เพื่อสร้างรหัสผ่านสำหรับระบบอินทิเกรตหรือพาร์ตเนอร์
  3. กำหนดสิทธิ์เท่าที่จำเป็น และเก็บรหัสผ่านไว้อย่างปลอดภัย

หมายเหตุ

  • แนะนำให้ใช้บัญชีระดับผู้ใช้สำหรับการเชื่อมต่อภายนอก และเก็บบัญชีผู้ดูแลไว้สำหรับงานบริหาร
  • หากบัญชีคุณอยู่คนละภูมิภาค ต้องใช้ Fleetweb และ API base URL ของภูมิภาคนั้น มิฉะนั้นจะเจอ HTTP 401
  • ดูรหัสภูมิภาคและปลายทางได้ที่หน้า Base URLs

หน้าออกข้อมูลรับรองผู้ดูแล